
## “สิงห์บลูส์” เชลซี ยอดทีมแห่งมหานครลอนดอน ประกาศยืนยันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระดับโครงสร้างบริหาร เมื่อ ท็อดด์ โบห์ลี่ ประธานสโมสร พร้อมด้วยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดให้กับกลุ่มทุน เคลียร์เลก แคปิตอล (Clearlake Capital) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รายงานระบุว่า ท็อดด์ โบห์ลี่, มาร์ค วอลเตอร์ ผู้อำนวยการสโมสร และฮานส์ยอร์ก วิสส์ มหาเศรษฐีชาวสวิส ได้ทำการขายหุ้นที่พวกเขามีอยู่คนละ 12.8% คืนให้กับ เคลียร์เลก แคปิตอล ซึ่งนำโดยสองผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง เบห์ดัด เอกห์บาลี และโฮเซ อี. เฟลิเซียโน่
เดิมที เคลียร์เลก ถือครองหุ้นใหญ่ของทัพ "สิงห์บลูส์" อยู่แล้วที่ 61.5% เมื่อควบรวมกับหุ้นที่ซื้อมาใหม่ทั้งหมด ทำให้ปัจจุบันพวกเขาได้สิทธิ์ครอบครองและกุมอำนาจการบริหารสโมสร เชลซี แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลให้ ท็อดด์ โบห์ลี่ ต้องก้าวลงจากตำแหน่งประธานสโมสร ปิดฉากบทบาทที่เขาดำรงมาตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่กลุ่มทุนนี้เข้าเทคโอเวอร์เชลซีด้วยมูลค่า 2.3 พันล้านปอนด์ ต่อจาก "เสี่ยหมี" โรมัน อับราโมวิช อดีตเจ้าของทีมชาวรัสเซีย
“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ประธานสโมสรเชลซี ผมขอขอบคุณหลายๆ ท่านที่ช่วยกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับสโมสร ทั้งพรีเมียร์ลีก, โค้ช, นักเตะ, ทีมสตาฟฟ์ และแฟนบอล ผมให้คุณค่ากับการเป็นพันธมิตรร่วมกับเคลียร์เลก และผมมั่นใจว่าเชลซีอยู่ในจุดที่ยอดเยี่ยม สำหรับการสานต่อความสำเร็จภายใต้การนำของพวกเขา" โบห์ลี่ กล่าวอำลา
ทั้งนี้แถลงการณ์จากสโมสรยังยืนยันชัดเจนว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารงานแบบวันต่อวัน, ทีมผู้นำ หรือกลยุทธ์หลักใดๆ แม้เคลียร์เลกจะเข้ามาถือครอง 100% ก็ตาม โปรเจกต์สำคัญอย่างการพิจารณาปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ หรือการสร้างสนามใหม่ยังคงได้รับการสานต่อเหมือนเดิม