พลิกโฉมบู๊แหลก! “ลำน้ำมูลเล็ก” วางแผนปิดเกม “พันธ์พยัคฆ์” ลบแผลใจจากความพ่ายแพ้

พลิกโฉมบู๊แหลก! “ลำน้ำมูลเล็ก” วางแผนปิดเกม “พันธ์พยัคฆ์” ลบแผลใจจากความพ่ายแพ้

“ลำน้ำมูลเล็ก ทอฝันฟาร์ม” มวยฝีมือ วัย 28 ปี จากบุรีรัมย์ ประกาศเปิดโหมดบู๊แหลก ตั้งเป้าปิดเกม “ยอดมวย 3 พ.ศ.” พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ จอมชั้นเชิง วัย 30 ปี จากสมุทรปราการ กู้ชัยคืนฟอร์มเก่งในการสู้กันภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในศึก The Inner Circle 32 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. นี้

หลังเปิดตัวในกติกาคิกบ็อกซิงได้อย่างร้อนแรงด้วยการเก็บชัยเหนือคู่ชกจากสเปน 2 รายรวด ไฟต์ล่าสุด “ลำน้ำมูลเล็ก” ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในกติกานี้ หลังแพ้คะแนนเอกฉันท์ต่อ “หยวน เผิงเจี๋ย” จากจีนในศึก The Inner Circle 8 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าสาเหตุหลักมาจากความมั่นใจมากเกินไปจนเกิดความประมาท

“ไฟต์ที่แล้วผมมั่นใจจนเกินตัว เพราะชนะมา 2 ไฟต์ติดในกติกานี้ ผมตั้งความหวังไว้สูงอยากน็อกคู่ชกให้ได้ ซึ่งจังหวะที่เดินบี้ ผมการ์ดหลวมเลยพลาดโดนนับตั้งแต่ยกแรก”

“หลังจากถูกนับ เกมก็เปลี่ยนทันที ผมเดินลุยหวังเรียกนับคืน ทำให้ไม่ได้ชกตามเกมที่วางไว้และเสียสมาธิ ที่จริง ยก 2-3 ผมมองว่าสูสี แต่สุดท้ายก็แพ้ไปเพราะโดนนับในยกแรก รู้สึกเสียดายมากครับ”

หลังสะดุดพ่ายมา “ลำน้ำมูลเล็ก” มุ่งมั่นกลับมาเก็บชัยเรียกความมั่นใจคืนมาอีกครั้ง แต่ภารกิจครั้งนี้ไม่ง่าย เมื่อต้องดวลกับ “พันธ์พยัคฆ์” ยอดมวยรุ่นพี่ดีกรีนักมวยไทยยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อน (2556-2558) ที่เป็นมวยฝีมือจัดจ้านเหมือนกัน แต่ “ลำน้ำมูลเล็ก” เชื่อว่าการดวลกันในกติกาคิกบ็อกซิง ตัวเองไม่ได้เป็นรอง

“ทั้งผมและ พันธ์พยัคฆ์ เราเป็นมวยฝีมือด้วยกันทั้งคู่และมีทรงการชกคล้ายกัน เขาเป็นมวยซ้ายตั้งรับ รอจังหวะให้คู่ชกเดินเข้าหา ถ้าไม่พลาดถูกนับหรือถูกน็อก ใคร ๆ ก็กินเขายาก เพราะเขาเป็นมวยที่ไม่แพ้จังหวะให้ใครอยู่แล้ว ถ้าเขาจะแพ้ต้องเป็นฝ่ายถูกนับ”

“หากพูดเรื่องบารมีมวย เขาดูดีกว่าผมก็จริง แต่ไฟต์นี้เราได้โคจรมาเจอกันในกติกาคิกบ็อกซิง ผมก็มั่นใจในตัวผมเหมือนกัน เพราะต่างคนต่างต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการชกทั้งคู่ครับ”

หลังศึกษารูปแบบการชกของ “พันธ์พยัคฆ์” มาอย่างละเอียด “ลำน้ำมูลเล็ก” จึงเตรียมแผนการชกมาเป็นอย่างดี โดยเตรียมปรับสไตล์จากมวยฝีมือที่ถนัดมาเป็นฝ่ายเดินเปิดเกมสู้ พร้อมมองหาโอกาสปิดเกมให้ได้เพื่อลุ้นซิวโบนัสแรกใน ONE มาครอง

“พันธ์พยัคฆ์เป็นมวยที่เร็ว เก็บอาวุธและตั้งรับได้ดี ไฟต์นี้ผมจึงเน้นพัฒนาเรื่องความเร็วในการออกอาวุธมากขึ้น ส่วนอาวุธหลักยังเป็นแข้งซ้ายที่ผมจะใช้เปิดเกมเหมือนเดิม แต่ถ้าต้องแลกแข้งกันอย่างเดียว ผมมองว่าเขาดีกว่าผม ดังนั้นผมจึงเน้นหมัดมากขึ้นด้วย เพราะผมมองว่าเขามีจุดอ่อนอยู่ที่หมัดครับ”

“ไฟต์นี้ถ้าผมมาเล่นฝีมือเหมือนทุกครั้ง รูปเกมอาจออกมาไม่สนุก เพราะเขาเป็นมวยที่ไม่ค่อยเดินบู๊เท่าไหร่ ส่วนผมถึงจะเป็นมวยฝีมือ แต่ก็มีเดินบู๊บ้าง ดังนั้นถ้าเขาไม่เดิน ผมเดินแน่นอน เพื่อให้เกมออกมาสนุกเร้าใจ”

“นอกจากนี้ ผมตั้งใจจะปิดเกมให้ได้ด้วย เพราะว่าถ้าปล่อยให้เกมต้องตัดสินด้วยใบคะแนน อาจจะกลายเป็นงานยากสำหรับผมเหมือนกัน แต่ถ้ามีโอกาสกดนับก็จะช่วยเพิ่มโอกาสคว้าชัยชนะของผมได้มากขึ้นหรือน็อกไปเลยยิ่งดี อีกอย่างหนึ่งก็คือตั้งแต่เข้ามาชกใน ONE ผมยังไม่เคยได้โบนัสเลย ก็อยากได้สักครั้งครับ”

ศึกครั้งนี้ “ลำน้ำมูลเล็ก” ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่แข่งขันในรายการ ทำให้เจ้าตัวรู้ดีว่านี่ไม่ใช่งานง่าย และพร้อมทุ่มเทเต็มที่เพื่อเก็บชัยชนะแต้มสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสลุ้นคว้าสัญญา ONE ในอนาคต

“ผมยอมรับว่าพี่เขาฝีมือดี การจะเอาชนะในไฟต์นี้ถือเป็นงานยากพอสมควร อยู่ที่การซ้อม การวางแผน และอาวุธที่ผมเตรียมมาว่าจะสามารถนำมาใช้พลิกสถานการณ์บนเวทีได้มากแค่ไหน”

“นี่เป็นหนึ่งในไฟต์ใหญ่ที่สุดของผมใน ONE ลุมพินี เพราะชื่อเสียงและบารมีมวยของพี่เขาเหนือกว่า แต่ผมก็มองว่าการที่รายการประกบให้เราเจอกันเป็นโอกาสดีที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ถึงไฟต์ที่แล้วผมจะแพ้มา แต่ก็ยังได้เจอกับคู่ชกระดับแถวหน้า ถ้าผมผ่าน พันธ์พยัคฆ์ ไปได้ ก็จะเปิดโอกาสให้ลุ้นสัญญา ONE และก้าวขึ้นไปล่าแชมป์ เพราะที่ผ่านมาเราก็เคยผ่านนักสู้ฝีมือดีมาแล้วหลายคน”

“ขอฝากแฟน ๆ เป็นกำลังใจให้ผม และไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่สนุก ถึงเราจะเป็นมวยฝีมือกันทั้งคู่ แต่ถ้าพี่เขาไม่เดิน ผมจะเป็นคนเปิดเกมเอง รับรองว่าไฟต์นี้สนุกแน่นอนครับ”

🔞 เว็บไซต์นี้สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น  ·  ⚠️ การพนันมีความเสี่ยง โปรดเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ เล่นเพื่อความบันเทิงไม่ใช่เพื่อหารายได้  ·  สายด่วนสุขภาพจิต 1323 / มูลนิธิ 1413  ·  เล่นอย่างมีความรับผิดชอบ »