
“เสธ.ดอลลาร์” กางแผน 3 ปี ปั้น “มวยไทย” สู่โอลิมปิก 2032 ชูภารกิจสร้างระบบนิเวศ-ลบภาพจำเดิมดึง Gen Z
พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าภารกิจครั้งสำคัญในการยกระดับ “มวยไทย” จากมรดกทางวัฒนธรรม สู่กีฬาสากลระดับโลก ด้วยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2026-2028) ปูพรมสร้างรากฐานทุกมิติเพื่อเป้าหมายใหญ่ในโอลิมปิกเกมส์ 2032 ที่ประเทศออสเตรเลีย
แม้ว่ากีฬามวยไทยจะมีชื่อเสียงแพร่หลายและมีผู้ฝึกสอนนับล้านคนทั่วโลก แต่ พล.ต.พัชร ชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญของประเทศไทยว่า กลับยังมีฐานนักกีฬาไม่เพียงพอสำหรับการสร้างทีมชาติ จนต้องประสบปัญหาเรื่องตัวเลือก และบางครั้งต้องดึงนักมวยจากสายอาชีพเข้ามาแข่งขัน ซึ่งมีกติกาและรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จากจุดเริ่มต้นในฐานะอดีตศิษย์มวยไชยาและนักกีฬามวยสากล “เสธ.ดอลลาร์” จึงเข้ามาผลักดันการสร้างความเข้าใจใหม่ให้สังคมไทย โดยมองว่ามวยไทยสามารถพัฒนาเป็นกีฬาเพื่อเยาวชนและเส้นทางสู่ความเป็นเลิศได้ มีมาตรฐานความปลอดภัยไม่แพ้กีฬาอื่นอย่างเทควันโดหรือยูโด
สำหรับโรดแมปการขับเคลื่อน 3 ปี มุ่งเน้น 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
สร้างจำนวนนักกีฬา ขยายฐานตั้งแต่เด็กอายุ 6 ขวบ ทั้งชาย หญิง และ LGBTQ+ อย่างไม่แบ่งแยก
สร้างระบบนิเวศมวยไทย พัฒนาระบบค่ายมวย, โค้ช, กรรมการ, วิทยาศาสตร์การกีฬา, โภชนาการ และการควบคุมสารต้องห้าม เพื่อผลิตนักกีฬาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
รีแบรนด์ภาพลักษณ์ ปรับภาพจำให้มวยไทยหลุดพ้นจากความรุนแรงและการพนัน สู่กีฬาที่ "เด่นและจ๊าบ" เข้าถึงคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Alpha พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
พร้อมกันนี้ พล.ต.พัชร เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความสามัคคี" ทุกภาคส่วนในวงการมวยต้องเลิกมองกันเป็นคู่แข่งและร่วมมือกัน เพราะมวยไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน
"เราพูดว่ามีมรดกวัฒนธรรมที่เลิศเลอ แต่ไม่มีใครออกแรง มันไม่ได้ หรือมาทะเลาะกันหรือมาหวงว่าอันนี้ของผม มันไม่มีของใคร มันเป็นของคนไทยทุกคน ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ" พล.ต.พัชร กล่าว
เส้นทางสู่โอลิมปิก 2032 จึงไม่ได้เริ่มต้นบนเวทีโลก แต่เริ่มต้นจากการที่เด็กไทยได้สวมนวมครั้งแรก และการร่วมมือกันสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งจากภายในประเทศอย่างแท้จริง