
3 ปี บนเวที ONE กับโอกาสครั้งสำคัญที่พลิกชีวิต “เสกสรร” ไปตลอดกาล
หลังกรำศึกมากว่า 20 ปี ผ่านการชกเกือบ 400 ไฟต์ “เสกสรร อ.ขวัญเมือง” เคยคิดว่าอาชีพนักมวยของตัวเองอาจมาถึงปลายทางแล้ว แต่การตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง กลับพาเขาไปพบกับโอกาสที่เปลี่ยนชีวิต
วันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2566 “เสกสรร” เปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี นัดปฐมฤกษ์ ด้วยการคว้าชัยชนะไฟต์ที่ 200 เหนือ “ไทสัน แฮร์ริสัน” พร้อมรับโบนัส 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท
จากนักมวยที่เคยคิดจะแขวนนวม “เสกสรร” กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งด้วยสไตล์การชกดุดัน พร้อมสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องด้วยการคว้าโบนัส 5 ไฟต์ติดต่อกัน ก่อนรับสัญญานักกีฬา ONE มูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในศึก ONE ลุมพินี 29 เมื่อเดือน ส.ค. 2566
โอกาสจาก ONE ไม่เพียงทำให้เขากลับมามีชื่อเสียง แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว
ตลอดเวลากว่า 3 ปี “เสกสรร” คว้าโบนัสทั้งหมด 6 ครั้ง รวม 3,850,000 บาท และเมื่อรวมค่าตัวจากการขึ้นชก เขาได้รับรายได้จาก ONE เกือบ 11 ล้านบาท
รายได้เหล่านี้ถูกนำไปซื้อบ้าน เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก และลงทุนทำธุรกิจเพื่อสร้างรายได้หลังเกษียณ รวมถึงนำไปแบ่งปันให้ผู้ด้อยโอกาส
เรื่องราวของ “เสกสรร” สะท้อนให้เห็นว่า ONE ไม่ได้มอบเพียงโอกาสขึ้นชก แต่ยังสร้างเส้นทางให้นักกีฬาได้เติบโต สร้างชื่อเสียง มีรายได้ดูแลครอบครัว และวางรากฐานชีวิตหลังแขวนนวม หากพวกเขาพร้อมทุ่มเทและพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่
เขาคือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เมื่อโอกาสจาก ONE มาพบกับความทุ่มเทของนักกีฬา ชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 “เสกสรร” ประกาศอำลาสังเวียน โดยเลือก “เมืองไทย พีเค.แสนชัย” คู่ปรับเก่าที่เคยปะทะกันมาแล้ว 5 ครั้ง เป็นคู่ชกคนสุดท้าย และความตั้งใจนั้นกำลังจะเป็นจริงในศึก The Inner Circle 30
ไฟต์สุดท้ายของ “คนไม่ยอมคน” จึงไม่ใช่แค่การอำลาสังเวียน แต่เป็นการปิดฉากอย่างสมเกียรติบนเวทีที่เปิดโอกาสให้เขากลับมาเขียนบทสุดท้ายของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ