
**ศึกฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงอันดับสาม ฝรั่งเศส ลงสนามเจอกับอังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา**
เกมนี้ ฝรั่งเศส ฝากความหวังในเกมรุกด้วย คิลิยัน เอ็มบัปเป้, เดซิเร่ ดูเอ้, รายาน แชร์กี และไมเคิ่ล โอลิเซ่
ส่วนอังกฤษ วางเกมรุกมาเป็นหน้าเป้าอย่าง อิวาน โทนี่ย์ สนับสนุนโดยริมเส้นอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และบูคาโย่ ซาก้า
เปิดฉากมาเพียง 3 นาที อังกฤษ ออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เดแคลน ไรซ กระชากมาคนเดียว จากบริเวณกลางสนาม นักเตะฝรั่งเศส ไม่มีใครเข้ามาประกบ ไรซ์ กินแดนมาเรื่อยๆ ก่อนตัดเข้าใน ปั่นเน้นๆด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม
นาที 11 อังกฤษ เกือบบวกเพิ่ม จากจังหวะที่โรเจอร์ส แทงทะลุจากกลางสนามให้กับซาก้า ยิงสวนกลับไปที่เสาสอง บอลไปนอนก้นตาข่ายแล้ว แต่กรรมการเป่าว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน
กระทั่งนาที 18 สกอร์ขยับเป็น 2-0 จนได้ จากตังหวะที่เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายเข้ามา ไรซ์ เปิดมาที่กลางประตู และเป็นเอซรี่ คอนซ่า สลัดหนีตัวประกบ ขึ้นโหม่งแบบเหน่งๆเข้าประตูไป
ถัดมา 4 นาที พลพรรค “ตราไก่” ตอบโต้ขึ้นมาบ้าง เมื่อหาจังหวะเจาะได้ยาก เอ็มบัปเป้ จึงตัดสินใจเอี้ยวตัวปั่นด้วยเท้าขวา หน้ากรอบเขตโทษ แต่เจ้าตัววางเท้าไม่ค่อยดี บอลหลุดเสาสองออกไป
นาที 33 กองหลังฝรั่งเศส เอาไม่อยู่อีกครั้ง แรชฟอร์ด ล็อคหลบ จนได้โอกาสยิงไกลหน้ากรอบ บอลพุ่งเร็วแรงราวกับจรวด เดือดร้อนถึงเมญอง ต้องพุ่งเซฟอย่างหวุดหวิด
นาที 37 อังกฤษ สวนกลับเร็วอีกครั้ง จากในแดนตัวเอง ซาก้า แทงให้กับ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟเมญอง บอลมาเข้าทางซาก้า ยิงไปติดกองหลัง บอลมาเข้าทางแรชฟอร์ด เปิดกลับต่อไปให้ซาก้า ยิงไปติดขาเตโอ เอร์นองเดซ แต่ด้วยความที่บอลที่แรงมาก ทำให้ปลิ้นเข้าประตูไป
นาที 45+1 พลพรรค “สิงโตคำราม” ฉีกหนีเป็น 4-0 เอเซ่ ได้บอลกลางสนาม ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ซาก้า หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ถือเป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมมาก
จากนั้น ไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบครึ่งแรก อังกฤษ ออกนำโด่ง 4-0
ครึ่งหลังนาที 48 ฝรั่งเศส ตีไข่แตกเร็ว 4-1 โอลิเซ่ จ่ายตัดแผงหลังอังกฤษ บอลหลุดไปถึงเอ็มบัปเป้ แปย้อนกลับไปที่เสาสอง หมดสิทธิที่ ดีน เฮนเดอร์สัน จะป้องกัน
นาที 54 ฝรั่งเศส บวกเพิ่มเป็น 4-2 เอ็มบัปเป้ แทงเร็วให้กับตัวสำรองอย่าง บรัดเล่ย์ บาร์โคล่า ใช้ความเร็วกระชากหนีคอนซ่า ก่อนยิงยัดเสาแรกเข้าประตูไป
จากนั้น 10 นาที ฝรั่งเศส เดินหน้าบุกอีกระลอก อีกหนึ่งตัวสำรองอย่างอุสมาน เด็มเบเล่ ได้ล็อคเข้าซ้าย แต่ลูกยิงของเข้ายังไม่ผ่านการเซฟของเฮนเดอร์สัน
นาที 66 ทัพ “ตราไก่” ไล่มาเป็น 4-3 จากจังหวะทำชิ่งกันของ 3 ประสานอย่าง เอ็มบัปเป้, เด็มเบเล่ และโอลิเซ่ ก่อนที่จังหวะสุดท้ายจะเป็นเอ็มบัปเป้ กดเข้าประตูไป
นาที 85 อังกฤษ มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ กุสโต้ ไปเสียบใส่สเปนซ์ ล้มลงในกรอบ ก่อนจะเป็นซาก้า ยิงเข้าไป และเป็นการทำแฮตทริคในเกมนี้
นาที 90+6 ฝรั่งเศส บวกได้เพิ่มเติม จากลูกเปิดของอูปาเมกาโน่ ให้กับเด็มเบเล่ ทางกราบขวา ก่อนกระชากเข้าใน และปั่นด้วยซ้าย ส่งบอลโค้งมุดเสียบเสาสองอย่างสวยงาม
นาทีต่อมา อังกฤษ ไม่ยอมง่ายๆ เบลลิงแฮม หลุดเดี่ยวขึ้นมา ก่อนล็อคหลบผู้เล่นฝรั่งเศส 2-3 คน ก่อนจบสกอร์อย่างใจเย็น ช่วยให้สกอร์เป็น 6-4
จากนั้น ทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม อังกฤษ เอาชนะฝรั่งเศส อย่างสุดมัน 6-4 คว้าอันดับสาม ในฟุตบอลโลก