
418 ล้านบาท เปลี่ยนชีวิตนักสู้ ทำไม “บอสชาตรี” ถึงเลือกมอบโอกาสแทนความร่ำรวยส่วนตัว?
หากคุณมีเงิน 418 ล้านบาท คุณจะทำอย่างไร? ซื้อบ้านหลังใหญ่ รถในฝัน หรือเก็บไว้สร้างความสุขให้ตัวเองไปตลอดชีวิต?
สำหรับ “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ONE Championship คำตอบนั้นต่างออกไป เงินมหาศาลจำนวนนี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อสร้างความสุขส่วนตน แต่ถูก “ส่งต่อ” ให้กับเหล่านักกีฬาที่ทุ่มเทจิตวิญญาณบนสังเวียน
นับตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขันที่เวทีลุมพินีเมื่อต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ยอดเงินโบนัสที่ “บอสชาตรี” มอบให้แก่นักกีฬาพุ่งทะลุ 418 ล้านบาทไปแล้ว
ลองจินตนาการดูว่าเงินก้อนนี้มหาศาลแค่ไหน? หากคุณใช้เงินวันละ 10,000 บาททุกวันโดยไม่มีรายได้เพิ่ม คุณจะต้องใช้เวลาถึง 114 ปี กว่าจะใช้หมด ซึ่งยาวนานเกินช่วงชีวิตของคนหนึ่งคนเสียอีก
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ONE ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานวงการกีฬาการต่อสู้ด้วยกติกาที่โปร่งใสและปราศจากการพนัน แต่ยังสร้าง “ทางรอด” และ “ทางเลือก” ใหม่ให้ชีวิตนักสู้
สำหรับนักกีฬาหลายคน เงินโบนัสก้อนนี้ไม่ใช่แค่รางวัลจากผลงานไม่กี่นาทีบนเวที แต่มันคือ การปลดหนี้สิน และสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว การสร้างบ้าน และดูแลความเป็นอยู่ของพ่อแม่ การตั้งตัว และสร้างรากฐานชีวิตหลังเกษียณจากอาชีพนักมวย
ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ขององค์กรระดับโลก บอสชาตรีกลับมีปรัชญาที่เรียบง่ายอย่างน่าทึ่ง
“ผมไม่มีรถหรู เสื้อผ้าหรือนาฬิกาแพงๆ ผมมีแค่รถโตโยต้า นาฬิกาจีช็อก กับเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ความสำเร็จของผมไม่ได้วัดกันที่ของนอกกาย แต่วัดกันที่ว่าเราได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น ครอบครัว องค์กร และประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด”
418 ล้านบาทที่จ่ายออกไป จึงไม่ใช่แค่รายจ่ายขององค์กร แต่คือ “การลงทุนในคน” ที่สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้กับสังคมไทย
เมื่อคุณค่าของเงินไม่ได้วัดที่ตัวเลข แต่ใช้วัดด้วย “โอกาส” และ “รอยยิ้ม” ที่สร้างขึ้นมา… นี่เองคือเหตุผลว่าทำไม “โบนัสจากบอสชาตรี” จึงเป็นสิ่งที่แฟนกีฬาเฝ้ารอ และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ONE เป็นมากกว่าแค่กีฬาการต่อสู้