หมาป่าพร้อมขย้ำ! “อานาร์” ลั่นใช้ความเก๋าสอนมวย “ต้มยำกุ้ง” ลบฝันร้ายไฟต์ล่าสุด

หมาป่าพร้อมขย้ำ! “อานาร์” ลั่นใช้ความเก๋าสอนมวย “ต้มยำกุ้ง” ลบฝันร้ายไฟต์ล่าสุด

“อานาร์ มัมมาดอฟ” จากอาเซอร์ไบจาน เมินเสียงวิจารณ์เรื่องความสด เตรียมใช้ความเก๋าหยุดความฮอตมวยหนุ่ม “ต้มยำกุ้ง ภูมิใจไทย” หวนคืนสู่ชัยชนะอีกครั้ง โดยทั้งคู่จะดวลกันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกรายการ The Inner Circle 18 ที่จะเปิดฉาก ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 69

“อานาร์” จอมแกร่งวัย 30 ปี ผ่านการคว้าแชมป์ระดับประเทศ รวมถึงครองแชมป์โลกคิกบ็อกซิง WAKO ระดับสมัครเล่นเมื่อปี 2564 โดยเปิดตัวสวยในศึก ONE ลุมพินี 128 เมื่อเดือน ต.ค. 68 ด้วยการชนะทีเคโอยก 2 “คมอาวุธ เอฟเอ.กรุ๊ป” พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทไปครองทันที

อย่างไรก็ตาม เดือนต่อมาในศึก ONE ลุมพินี 134 “อานาร์” กลับสะดุดพ่ายคะแนนเอกฉันท์ “ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ” ไปอย่างน่าเสียดาย โอกาสนี้เจ้าตัวพร้อมนำบทเรียนจากไฟต์ล่าสุด กลับมาในเวอร์ชันที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม พร้อมงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ให้แฟนมวยทุกคนได้เห็นกัน

“การเจอกับ ยอดเหล็กเพชร เป็นไฟต์ที่ดีมาก ผมได้มีโอกาสดวลกับนักมวยชื่อดังและสู้กันได้อย่างสนุก แต่กีฬาย่อมมีแพ้มีชนะ หลังจากนั้นผมกลับไปจัดการธุระที่บ้านเกิดประมาณ 1 เดือน ก่อนรีบบินกลับมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมสำหรับไฟต์ต่อไปทันที ตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจของผมอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุดแล้ว”

กลับมาครั้งที่ 3 “อานาร์” นักชกวัย 30 ปี จากทีมเมห์ดีซาฑูต ต้องวัดฝีมือกับรุ่นน้องฟอร์มสดอย่าง “ต้มยำกุ้ง” วัย 22 ปี จากสุรินทร์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาฝีมือต่อเนื่องจนเก็บชัยชนะมาแล้ว 3 ไฟต์ติดต่อกัน แต่ “อานาร์” ยังเชื่อมั่นในพลังความแข็งแกร่ง แม้อายุมากกว่าอีกฝ่าย 8 ปี แต่มั่นใจสู้ไม่เป็นรองแน่นอน

“จุดเด่นของ ต้มยำกุ้ง คือเป็นมวยอาวุธครบเครื่อง ทั้งแข้ง เข่า และเกมวงในแข็งแกร่ง แต่ผมเองก็มีทีเด็ดเหมือนกัน โดยเฉพาะหมัด ผมกับโค้ชติวเข้มและเตรียมแผนสำหรับไฟต์นี้มาเป็นอย่างดี”

“ส่วนจุดอ่อนของ ต้มยำกุ้ง อยู่ที่คาง เขาแข็งแกร่งและมีฝีมือก็จริง แต่ถ้าผมหาช่องปล่อยหมัดชุดได้ หรือชกเข้าเป้าแบบเต็ม ๆ ผมมั่นใจว่ามีโอกาสน็อกเขาได้ครับ”

“หลายคนอาจมองว่าผมอายุมากกว่าตั้ง 8 ปี และอาจมีแผ่วปลาย แต่ผมยืนยันว่าเรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะผมตั้งใจมาปราบเขาโดยเฉพาะ ประสบการณ์ผมเหนือกว่าเยอะ ผมจะสอนมวยให้เขาเอง”

แม้เกมปล้ำตีวงในจะถูกมองเป็นจุดแข็งของนักมวยชาวไทยต้นตำรับ แต่ “อานาร์” ไม่ได้หวั่นไหวกับความท้าทายครั้งนี้ โดยเจ้าตัวเผยว่าได้เตรียมตัวมาอย่างหนักเพื่อรับมือทุกสถานการณ์ และพร้อมแสดงให้เห็นว่าตนมีดีพอที่จะต่อกรกับนักมวยไทยได้เช่นกัน

“สไตล์ผมเน้นสเตปหมัดเป็นหลัก แต่ต้องเจอคู่ชกที่พยายามเดินสู้ประชิดตัวตลอด แต่การดวลกับนักมวยไทยใน 2 ไฟต์หลัง แทบไม่มีใครเลือกเล่นเกมวงในกับผมเลย เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากพลาดเข้ามา อาจเจอหมัดหนักสวนได้ทุกเมื่อ ไฟต์นี้ก็เหมือนกัน ผมจะใช้หมัดทำลายแผนการชกของ ต้มยำกุ้ง ให้ได้ครับ”

ในวัยขึ้นเลข 3 “อานาร์” ยังได้เปรียบตัวเองเป็นเหมือนหมาป่าอันตรายบนสังเวียนเดือด ที่ยังคงมีแรงกระหายอยากล่าชัยชนะทุกลมหายใจ รวมถึงถ้ามีโอกาสเจ้าตัวก็อยากแก้มือกับคู่ปรับเก่าอย่าง “ยอดเหล็กเพชร” ให้หายข้องใจอีกด้วย

“ผมขอเปรียบตัวเองเป็นเหมือน ‘หมาป่าที่บาดเจ็บ’ ครับ ก่อนหน้านี้ผมเก็บชัยชนะมาได้ต่อเนื่อง จนกระทั่งมาสะดุดในไฟต์ล่าสุด และหมาป่าที่บาดเจ็บจะอันตรายที่สุด เพราะผ่านการต่อสู้มามาก มีทั้งประสบการณ์ ความดุดัน และความหิวกระหาย ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ไฟต์นี้ผมพร้อมกลับมาทวงชัยชนะ และออกล่าเหยื่ออีกครั้ง”

“ถ้าผ่านไฟต์นี้ไปได้ ผมอยากแก้มือกับ ยอดเหล็กเพชร ถ้าทาง ONE ให้โอกาส ผมพร้อมขึ้นรีแมตช์ทันที ไฟต์นั้นเป็นเกมที่สูสีกันมาก จนกระทั่งพลาดเสียนับไปก่อน ถ้าไม่โดนจังหวะนั้น ผมมั่นใจว่าจะเป็นฝ่ายชนะครับ”