
มวยรองพร้อมช็อกโลก! “โมฮัมหมัด เซียซารานี” มั่นใจฝ่าด่านแกร่ง “มาซาอากิ โนอิริ” ทะลุรอบชิงทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง
“โมฮัมหมัด เซียซารานี” นักสู้ขาลุย วัย 24 ปี จากอิหร่าน ไม่หวั่นถูกมองเป็นมวยรอง ยันชัดพร้อมบู๊สุดฝีมือกับ “มาซาอากิ โนอิริ” อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต เฉพาะกาล ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) ซึ่งจัดขึ้นในรายการ ONE ซามูไร 4 วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69 ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเวลา 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ไฟต์ล่าสุดในศึก ONE ซามูไร 2 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา “โมฮัมหมัด” บุกไปสาดแข้งซ้ายเข้าเต็มก้านคอชนะน็อกคู่ปรับเก่าชาวญี่ปุ่น “คาอิโตะ” เพียงยกแรกในการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต บวกสถิติชนะต่อเนื่องเป็นไฟต์ที่ 6 พร้อมรับโบนัสก้อนโต 7.5 ล้านเยน หรือราว 1.6 ล้านบาท ไปครอง
ในรอบตัดเชือกที่จะถึงนี้ “โมฮัมหมัด” จะต้องโคจรมาพบกับดาวดังขวัญใจเจ้าถิ่นอย่าง “มาซาอากิ” เพื่อแย่งตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และหาผู้ชนะสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียวขึ้นไปท้าชิงบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต จาก “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” โดยเจ้าตัวมั่นใจในสภาพร่างกายและแผนที่เตรียมมา พร้อมขึ้นสังเวียนไปโชว์ผลงานเก่งให้ทุกคนเห็นอีกครั้ง
“การฝึกซ้อมราบรื่นดีครับ ปกติผมชอบเข้ายิมตลอดอยู่แล้ว ตอนนี้ก็แค่ทำตามโปรแกรมฝึกซ้อมตามเดิม โดยเพิ่มเติมแผนการชกเพื่อรับมือกับ มาซาอากิ เข้าไปด้วย”
“ผมเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์เหมือนทุกครั้ง ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหน ผมก็พร้อมรับมือ เพราะนักสู้ทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตลอดเวลา ผมจึงต้องเตรียมแผนให้ครอบคลุมทุกรูปแบบครับ”
โมฮัมหมัด สวน มาซาอากิ ขอให้เก่งจริงเหมือนที่พูด
ด้าน “มาซาอากิ” ที่ขึ้นชกในศึก ONE ซามูไร 2 เหมือนกัน ไม่ทำให้กองเชียร์เจ้าถิ่นต้องผิดหวัง เมื่อกดหมัดฮุกซ้ายล้างแค้นน็อก “หลิว เมิงหยาง” จากจีนในยกแรก และรับโบนัสสูงถึง 15 ล้านเยน หรือราว 3.2 ล้านบาทไปครอง พร้อมผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต โดยหลังจากนั้นเขาได้ประกาศกร้าวว่าจะปิดเกม “โมฮัมหมัด” เพิ่มอีกราย
แต่งานนี้ไม่ได้ทำให้ “โมฮัมหมัด” รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด โดยพร้อมงัดสไตล์บู๊เดือดออกมาต่อกรกับการออกอาวุธสุดเฉียบคมและแม่นยำของ “มาซาอากิ” เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าใครกันแน่ที่คู่ควรกับการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไป
“มาซาอากิ เป็นนักชกที่เก่งมาก ทั้งรวดเร็วและแข็งแกร่ง ผมให้เกียรติเขา แต่เมื่อขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้ว ไม่ว่าใครจะยืนอยู่ตรงหน้า ผมก็ต้องเอาชนะให้ได้ ตอนนี้ผมมองเขาเป็นแค่คู่ชกที่ต้องผ่านไปให้ได้เพื่อเข้าสู่รอบชิงฯ”
“ผมมองว่า มาซาอากิ ชกแบบเดิมแทบทุกไฟต์ เน้นเดินบด เตะขา และใช้หมัดนำร่อง แต่ไฟต์นี้เขาต้องเจองานยากแน่ เพราะผมพร้อมยืนแลก ไม่ถอย สลับการ์ด และเดินกดดันเขาตลอดครับ”
“ปกติผมไม่ค่อยพูดอะไรก่อนชก แต่ มาซาอากิ ออกมาประกาศว่าจะน็อกผมในยกสอง เอาไว้เราขึ้นไปเจอกันบนเวที ผมจะทำให้ทุกคนเห็นเหมือนที่เคยทำกับ คาอิโตะ มาแล้ว”
“ผมอยากบอก มาซาอากิ ว่า ถ้าคุณมั่นใจว่าจะทำได้ ก็แสดงให้เห็นบนเวทีครับ แล้วเราจะได้รู้กันว่าใครทำได้จริง”
อย่างไรก็ตาม ในบรรดานักชก 4 คนสุดท้าย “โมฮัมหมัด” มองว่า “มาซาอากิ” เป็นคู่ชกที่รับมือยากกว่าตัวเต็งของรายการอย่าง “มารัต กริกอเรียน” ด้วยซ้ำ แต่หากตนอยากก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ก็ต้องฝ่าด่านโหดนี้ไปให้ได้ โดยพร้อมชนเดือดกับ “มาซาอากิ” ตลอดทั้ง 3 ยก
“สำหรับผม มาซาอากิ คือคู่ชกที่รับมือยากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ แม้ มารัต จะแข็งแกร่งและเดินกดดันตลอด แต่เขายังช้าไปหน่อย ส่วน มาซาอากิ ทั้งแข็งแกร่งและออกอาวุธเร็ว เมื่อเทียบกับสไตล์การชกของผมแล้ว ผมคิดว่า มาซาอากิ รับมือยากกว่า”
“ผมว่าไฟต์นี้แลกกันสนุกแน่นอน เพราะ มาซาอากิ ชอบเดินเปิดหน้าแลกเหมือนกัน ถ้าเขาอยากบวกผมก็พร้อม รับรองว่าไฟต์นี้เดือดถึงใจแน่นอน จริง ๆ ผมก็อยากน็อกเขาแล้วหอบโบนัสก้อนใหญ่กลับบ้าน แต่ผมคิดว่าไฟต์นี้น่าจะยืดเยื้อไปจนครบ 3 ยกครับ”
สบายใจได้ โมฮัมหมัด ยันบุกชกที่ญี่ปุ่นไม่มีปัญหา
ส่วนกรณีที่ต้องรับบทเป็นนักชกผู้มาเยือน “โมฮัมหมัด” ยืนยันว่าไม่ส่งผลต่อฟอร์มการชกแน่นอน หลังเคยผ่านประสบการณ์มาแล้วในไฟต์ที่พบกับ “คาอิโตะ” โดยพร้อมบุกไปโชว์ฝีมืออันยอดเยี่ยมให้แฟนมวยแดนปลาดิบได้ทึ่งอีกครั้ง
“มาซาอากิ มีฐานแฟนคลับเยอะกว่าอยู่แล้ว ยิ่งได้ชกในบ้าน ทุกคนก็ต้องส่งเสียงเชียร์เขาเต็มที่ แต่ผมเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนชกกับนักมวยชื่อดังหลายคนในไทย คนดูเชียร์ฝั่งนักชกไทยกันหมด แต่ผมก็เอาชนะมาได้”
“จริง ๆ ผมชอบไปชกที่ญี่ปุ่นมากนะ ครั้งก่อนที่ไป ผมประทับใจมาก ครั้งนี้เลยรู้สึกสบายใจที่ได้กลับไปชกที่นั่นอีก แต่แฟนชาวญี่ปุ่นส่งเสียงเชียร์ไม่เหมือนแฟนชาวไทย เวลาชกในเมืองไทย แค่ได้ยินเสียงคนดูและเห็นบรรยากาศ ก็เล่นเอาตัวสั่นแล้ว ผมว่าเสียงเชียร์ที่ญี่ปุ่นคงไม่กระหึ่มเท่าเมืองไทยหรอก”
ชัยชนะเหนือ “มาซาอากิ” ในครั้งนี้ นอกจากเป็นบันไดก้าวสำคัญสู่การลุ้นขึ้นชิงบัลลังก์ ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต แล้ว “โมฮัมหมัด” ยังหวังให้ผลงานครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตนสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของรุ่นได้อย่างสมศักดิ์ศรีทั้งในกติกาคิกบ็อกซิงและมวยไทย
“เป้าหมายสูงสุดของผมไม่ใช่แค่แชมป์โลก แต่คือการเป็นนักชกอันดับหนึ่งของโลกแบบปอนด์ต่อปอนด์ ทั้งคิกบ็อกซิงและมวยไทย ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้คนรู้จักผมมากขึ้น ที่ผ่านมา ผมมักถูกมองเป็นมวยรองแทบทุกไฟต์ แต่สุดท้ายผมก็เอาชนะมาได้ทุกคน”
“ผมจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ผมไม่ได้เป็นแค่ยอดฝีมือคนหนึ่ง แต่ผมคือนักชกที่เก่งที่สุดของรุ่นเฟเธอร์เวตครับ”