
## กรานิต ชาก้า มิดฟิลด์กัปตันทีมของทัพ “แดนนาฬิกา” ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ออกมาเปิดใจด้วยความผิดหวัง โดยชี้ว่าการตัดสินของกรรมการ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมต้องพ่ายแพ้ต่อ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา กระเด็นตกรอบฟุตบอลโลกแบบเจ็บปวด
โดยในเกมนี้ อาร์เจนติน่า เป็นฝ่ายขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 10 จากลูกโขกของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แต่ สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ยอมแพ้ตามตีเสมอจาก แดน เอ็นดอย ในนาทีที่ 67
อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในอีก 5 นาทีต่อจากกับเหตุการณ์ที่ผู้ตัดสินใจไปดูจอ VAR ก่อนจะแจกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ บรีล เอ็มโบโล่ ออกจากสนามข้อหาพุ่งล้มตบตาผู้ตัดสิน
ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ ต้องต่อสู้ในสถานการณ์ที่เหลือผู้เล่น 10 คน แต่พวกเขาก็ยันจนครบ 90 นาที ด้วยสกอร์ 1-1 ก่อนจะไปพ่ายในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-3 โดย ฮูเลี่ยน อัลบาเรซ ซัดในนาทีที่ 112 และปิดกล่องด้วย เลาตาโร่ มาร์ติเนซ นาทีที่ 120+1
“เราเริ่มต้นกันได้ดี เราเสียประตูจากลูกเตะมุม แต่หลังจากนั้น ในความเห็นของผม คุณจะเห็นว่ามีแค่สวิตเซอร์แลนด์ที่ครองเกม เราครองบอลได้ แม้ว่าจะสร้างโอกาสได้ไม่มากนักในครึ่งแรกก็ตาม พวกเขาไม่มีโอกาสอื่นเลยนอกจากประตูจากลูกเตะมุม” ชาก้า กล่าว
“ครึ่งหลังเป็นเกมของเรา เราเรียนรู้ว่าเราสามารถค่อยๆ เพิ่มความเสี่ยงบุกเข้าใส่ได้มากขึ้น เราทำแบบนั้น เราทำประตูได้ และเรารู้สึกดีมากๆ เรามีพลังมากขึ้น มีความเชื่อมั่นมากขึ้น”
“แต่ใบแดงนั้นก็เปลี่ยนทุกอย่าง ผมคิดว่าใบแดงทำให้แผนการเล่นของเราเปลี่ยนไป แผนที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นซึ่งมันกำลังไปได้สวย แต่ใบแดงนั้นก็เปลี่ยนทุกอย่าง ผมคิดว่าใบแดงทำให้แผนการเล่นของเราเปลี่ยนไป แผนที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้นซึ่งมันกำลังไปได้สวย”
“คุณต้องมาพ่ายแพ้เพราะการตัดสินเพียงครั้งเดียวของกรรมการ มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่มันก็เป็นการตัดสินของเขาไปแล้ว มันยากที่จะทำใจยอมรับได้หลังจบเกม บรรยากาศในห้องแต่งตัวเงียบกริบและเต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่เราก็แสดงให้เห็นถึงการต่อกรกับยอดทีมอย่าง อาร์เจนติน่า ได้สูสี”
แม้จะพ่ายแพ้และตกรอบไป แต่ผลงานของ สวิตเซอร์แลนด์ ในทัวร์นาเมนต์นี้ ถือว่าน่าจดจำดีที่สุดในรอบ 72 ปี สำหรับการผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในฟุตบอลโลก เทียบเท่ากับปี 1954 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ