
## ไมเคิ่ล โอลิเซ่ สวมบทซูเปอร์ซับลงมาเป็นสำรองโซโล่เดี่ยวลากจากครึ่งสนามไปสังหารประตูชัยช่วยให้ ฝรั่งเศส บุกไปเฉือน เบลเยียม 1-0 ส่วน อิตาลี คืนฟอร์มบุกถล่ม ตุรกี 4-1
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ประจำค่ำคืนวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2026 เป็นเกมนัดที่สองของลีก เอ กลุ่ม 1 เป็นการเจอกันของสองทีมที่คว้าชัยมาในเกมแรก “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม จะเปิดบ้านรับการมาเยือน “ตราไก่” ฝรั่งเศส
เจ้าถิ่นภายใต้การคุมทีมของ มาร์ค ฟาน บอมเมล เปิดตัวหรูด้วยการบุกไปชนะแชมป์โลก 4 สมัย อิตาลี ถึงบ้าน 2-0 มาในระบบ 4-2-3-1 มี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นจอมทัพบัญชาการเกมรุกขนาบข้างด้วยสองดาวรุ่งอย่าง ดีเอโก้ โมเรยร่า และมิก้า ก็อดต์ส หน้าเป้าใช้ ชาร์ลส์ เดอ คาเตลาเร่
ส่วนทีมเยือนคุมทัพโดย ซีเนอดีน ซีดาน ไม่มี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่บาดเจ็บถอนตัวไปแล้ว ปรับทัพถึง 9 ตำแหน่งจากเกมแรก ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และอุสมาน เดมเบเล่ นั่งสำรอง เฌเรมี่ ฌักเกต์ ดาวรุ่งจากลิเวอร์พูล คุมแนวรับ เช่นเดียวกับ เอสเตบัน เลอปอล สตาร์ทตัวจริงให้กับทีมชาติเป็นหนแรก
เริ่มเกมครึ่งแรก ฝรั่งเศส ครองบอลได้มากกว่าเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะแหวกแนวรับของ เดซิเร่ ดูเอ้ ก่อนจะกดด้วยขวาเต็มข้อ แต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ฝรั่งเศส ยังเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่ มีโอกาสได้ลุ้นหลายครั้ง แต่จบสกอร์ยังไม่เฉียบคม ส่วน เบลเยียม ก็ตอบโต้ได้ลุ้นหลายครั้ง แต่มักจะขาดๆเกินๆ ในพื้นที่สุดท้าย ทำให้จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมออยู่ 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลัง เกมเปิดทั้งสองฝ่ายต้องการ 3 คะแนน ผลัดกันรุกรับอย่างสนุก ฝรั่งเศส ได้ลุ้นแบบจะแจ้งจากจังหวะซัดไกลด้วยซ้ายของ ลูคัส ดา คุนญ่า แต่บอลไปชนเสา รวมไปถึงจังหวะได้ซัดของ เดซิเร่ ดูเร่ แต่ยังติดเซฟของ เซนเน่อ ลัมเมนส์
ฝรั่งเศส เริ่มตันส่งแกนหลักอย่าง รายาน แชร์กี, อุสมาน เดมเบเล่ และไมเคิ่ล โอลิเซ่ ลงมาหวังเผด็จศึก แต่กลายเป็น เบลเยียม ที่ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ สวนมาได้ลุ้นตลอด โดยเฉพาะจังหวะหลุดไปซัดของ โดดี้ ลูเกบากิโอ้ แต่ยังติดเซฟของ ไมค์ เมญอง
นาทีที่ 89 ไมเคิ่ล โอลิเซ่ แผลงฤทธิ์ลากจากครึ่งสนามหนีแนวรับคู่แข่งก่อนจะบรรจงยิงด้วยซ้ายบอลเลียดเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงามให้ ฝรั่งเศส ขึ้นนำ 1-0
ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านพยายามบุกหนักหวังทวงประตูคืน แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ทำให้จบเกม ฝรั่งเศส บุกไปเฉือน เบลเยียม 1-0 คว้าชัย 2 เกมรวดมี 6 คะแนนเต็ม นำจ่าฝูงของลีก เอ กลุ่ม 1

ส่วนอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน อิตาลี คืนฟอร์มบุกไปถล่ม “ไก่งวง” ตุรกี นำก่อนครึ่งแรก 3-0 ได้ประตูจาก อเลสซานโดร บาสโตนี่ นาทีที่ 9 ตามด้วย ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ นาทีที่ 22 และไมเคิ่ล คาโยเด้ แบ็กขวาจากเบรนท์ฟอร์ด ทำประตูแรกในนามทีมชาตินาทีที่ 27
ครึ่งหลังเจ้าบ้านตีไล่แตกไล่มาเป็น 1-3 จาก บาริส ยิลมาซ นาทีที่ 47 แต่ ฟรานเชสโก้ ปิโอ เอสโตซิโต้ ก็มาทำประตูให้ทีมเยือนหนีห่างนาทีที่ 50 หลังจากนั้น อิตาลี เน้นเกมรับอย่างเดียวรักษาสกอร์ สุดท้ายจบลงด้วยการบุกไปถล่มตุรกี 4-1 เก็บ 3 คะแนนแรก