เดี๋ยวรู้ใครหมัดหนัก! “เพชรน้ำโขง ส.มณีโคตร” ท้าวัดพลัง “ไม้ซางคำ” สร้างชื่อให้มวยลาว

เดี๋ยวรู้ใครหมัดหนัก! “เพชรน้ำโขง ส.มณีโคตร” ท้าวัดพลัง “ไม้ซางคำ” สร้างชื่อให้มวยลาว

“เพชรน้ำโขง ส.มณีโคตร” จากสปป.ลาว เตรียมอาวุธครบเครื่อง พร้อมปะทะ “ไม้ซางคำ ส.ยิ่งเจริญการช่าง” กำปั้นโหด จากแม่ฮ่องสอน เพื่อรักษาฟอร์มเก่งและกรุยทางสู่การล่าสัญญา ONE โดยทั้งคู่จะสู้กันในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกศึก ONE ลุมพินี 158 วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. นี้

หลังเผชิญช่วงฟอร์มสะดุดจากการแพ้ 3 ไฟต์ติดต่อกันก่อนหน้านี้ “เพชรน้ำโขง” ได้กลับไปทบทวนข้อผิดพลาดและพัฒนาตัวเอง จนสามารถกู้ฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้ง ด้วยการเก็บชัยชนะรวดใน 2 ไฟต์ล่าสุด ซึ่งรวมถึงการปิดเกมทีเคโอ “ทองลำพูน เอฟเอ.กรุ๊ป” ในยกที่ 2 ในรายการ The Inner Circle 9 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

ไฟต์นี้ “เพชรน้ำโขง” มีคิวขึ้นป้ายคู่เอกพบกับ “ไม้ซางคำ” จอมบู๊จากแม่ฮ่องสอนที่เคยสร้างชื่อจากการเก็บชัยชนะ 6 ไฟต์ติดต่อกันใน ONE ลุมพินี และผ่านประสบการณ์บนเวทีแห่งนี้มาโชกโชน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าคู่ชกรายนี้เป็นนักมวยที่อันตรายและประมาทไม่ได้

“เขาเป็นมวยสไตล์ต่อยหมัด เตะขา และอันตรายพอสมควร ผมจึงต้องมีสมาธิและสติอยู่ตลอดเวลา แต่ผมก็มั่นใจในอาวุธที่หลากหลายของตัวเอง รวมถึงมีกำลังใจที่ดีจากแฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวลาวที่คอยสนับสนุน”

“เรื่องประสบการณ์ที่เขามีมากกว่าผมบนเวทีนี้ ผมไม่ได้กังวลอะไร เพราะไม่ว่ารายการจะประกบใครมาให้ ผมก็พร้อมสู้ทั้งหมด หน้าที่ของผมคือทำให้ดีที่สุด และแบกใจมาสู้เต็มร้อยครับ”

ก่อนหน้านี้ “ไม้ซางคำ” เคยแสดงความคิดเห็นถึงจุดได้เปรียบของตัวเองในไฟต์นี้ โดยมองว่าพลังหมัดของ “เพชรน้ำโขง” ไม่น่ากังวลนัก อย่างไรก็ตาม นักชกจากลาวขอใช้ผลงานบนเวทีเป็นเครื่องพิสูจน์

“เขาบอกว่าหมัดผมไม่หนัก ผมก็อยากถามเหมือนกันว่าเขาเคยโดนหมัดผมแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่เคยโดน เขาไม่รู้หรอกครับ แบบนี้ต้องไปวัดกันบนเวทีว่า หมัดใครจะหนักกว่ากัน”

สำหรับแผนการชกในไฟต์นี้ “เพชรน้ำโขง” เปิดเผยว่ายังคงได้พี่สาวมาช่วยวางแผนให้เหมือนเดิม โดยครั้งนี้เตรียมอาวุธมาหลากหลายกว่าเดิม พร้อมตั้งเป้าปิดเกมไวให้ได้หากมีโอกาส

“พี่สาวยังช่วยวางแผนการชกเหมือนไฟต์ที่ผ่านมา โดยเน้นแก้ไขจุดอ่อนของผมเป็นหลัก ครั้งนี้ เป้าหมายของผมคือปิดเกมให้เร็วที่สุด ส่วนจะใช้อาวุธอะไรต้องดูสถานการณ์บนเวทีอีกที แต่รับรองว่าผมเตรียมอาวุธมาหลากหลายกว่าเดิม และจะพยายามใช้ความเร็วของตัวเองให้เป็นประโยชน์มากที่สุด”

สำหรับ “เพชรน้ำโขง” ชัยชนะในไฟต์นี้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การเก็บแต้มชัย แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างชื่อ โดยเจ้าตัวเชื่อว่าหากสามารถผ่านด่านอย่าง “ไม้ซางคำ” ไปได้ จะช่วยยกระดับชื่อเสียงของตัวเอง และขยับเข้าใกล้ความฝันในการคว้าสัญญา ONE มากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการแสดงศักยภาพของนักสู้จาก สปป.ลาว ให้แฟนกีฬาทั่วโลกได้เห็น

“ชัยชนะไฟต์นี้มีความหมายมากสำหรับผม เพราะ ไม้ซางคำ ก็เป็นอีกคนที่กำลังมุ่งหน้าหาสัญญา ONE เหมือนกัน ถ้าผมเอาชนะเขาได้ ก็จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญ และช่วยให้ชื่อของผมถูกพูดถึงมากขึ้นในรุ่นนี้ครับ”

“ในฐานะตัวแทนนักกีฬาจากลาว ผมอยากสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ อยากให้คนทั่วโลกรู้ว่าประเทศลาวก็มีดี และ อยากให้ทุกคนรู้จักประเทศลาวมากขึ้นครับ”