
สมจิตร จงจอหอ เตือนสติ "รถถัง-นาบิล" ล่าฝันโอลิมปิก ชี้หินจริง-เสี่ยงพิกัดน้ำหนัก
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในแวดวงกีฬา เมื่อแฟนหมัดมวยให้ความสนใจกับกระแสข่าวที่ว่า สองยอดมวยไทยชื่อดังอย่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ และ นาบิล อานาน อาจเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางมวยสากลสมัครเล่นเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลในศึกโอลิมปิกเกมส์ ล่าสุด สมจิตร จงจอหอ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ได้ออกมาวิเคราะห์เจาะลึกผ่านมุมมองของผู้มีประสบการณ์ตรง โดยมองว่าเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความท้าทายและอุปสรรคชิ้นใหญ่
สมจิตรระบุว่า การที่นักมวยไทยจะเปลี่ยนมาชกมวยสากลเพื่อรับใช้ชาตินั้นสามารถทำได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นและแฟร์ที่สุด เริ่มตั้งแต่การลงแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ฝีมือ เข้าแคมป์ทีมชาติ และต้องฝ่าด่านคัดตัวไปโอลิมปิก ท่ามกลางเวลาเตรียมตัวที่กระชั้นชิดเหลือเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น
อุปสรรคสำคัญที่สมจิตรหยิบยกขึ้นมาเตือนคือ "รุ่นน้ำหนัก" ตามกติกาใหม่ ซึ่งหากรถถังและนาบิลต้องการลงแข่งขัน จะต้องมองไปที่พิกัด 60, 70 หรือ 80 กิโลกรัม โดยสมจิตรวิเคราะห์ตามความเป็นจริงว่า พิกัด 60 กิโลกรัมเป็นเรื่องยากมากในการทำน้ำหนัก ขณะที่รุ่น 70 กิโลกรัมถือว่าตึงมือสุดๆ และหากจำเป็นต้องขยับขึ้นไปถึงรุ่น 80 กิโลกรัม สมจิตรถึงกับเอ่ยปากเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่าอาจเสี่ยงถึงขั้น "คางหัก" เนื่องจากสรีระและแรงปะทะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละพิกัด
นอกจากนี้ สมจิตรยังได้หยิบยกบทเรียนราคาแพงในอดีตของสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ที่เคยทุ่มเงินงบประมาณมหาศาลเพื่อดึงตัวนักมวยไทยค่าตัวแพงอย่าง แสงมณี มาชกมวยสากลสมัครเล่น แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จและต้องหันกลับไปชกมวยไทยตามเดิม พร้อมเตือนว่าหากครั้งนี้จะมีการดึงตัวนาบิลหรือรถถังมาจริง สมาคมฯ จะต้องเผชิญกับขั้นตอนการเจรจาที่ซับซ้อนอย่างมาก ทั้งกับต้นสังกัดอย่าง ONE Championship คุณชาตรี ศิษย์ยอดธง และหัวหน้าคณะ ซึ่งต้องใช้ทั้งงบประมาณและความพยายามสูง หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้า ก็อาจเป็นการสูญเปล่าโดยไม่ตอบโจทย์ความสำเร็จของประเทศ
ในฐานะรุ่นพี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน สมจิตรกล่าวทิ้งท้ายด้วยความจริงใจว่า มวยไทยกับมวยสากลมีความยากและบริบทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตัวเขาเองยังต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงถึง 6 ปีเต็ม กว่าจะรู้สึกว่าตัวเองชกมวยสากลเป็น ความสำเร็จระดับโอลิมปิกจึงไม่ใช่เรื่องที่จะเก่งได้เพียงชั่วข้ามคืนเหมือนถูกลอตเตอรี่ พร้อมฝากให้แฟนคลับช่วยกันวิเคราะห์ความเป็นไปได้อย่างถี่ถ้วน เพราะเส้นทางสู่ทีมชาตินั้น "เจ็บมาเยอะ" และต้องใช้มากกว่าแค่ใจถึงในการก้าวไปให้ถึงฝัน