
## "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อกล่าวหาเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎข้อบังคับทางการเงินของพรีเมียร์ลีก
มหากาพย์คดีนี้เริ่มต้นจากการสืบสวนข้อกล่าวหาการละเมิดกฎระหว่างปี 2009 ถึง 2018 หลังจากที่ Der Spiegel สื่อดังของเยอรมนี ตีพิมพ์เอกสารทางการเงินที่รั่วไหลของสโมสรเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 พรีเมียร์ลีกตั้งข้อหาว่า ซิตี้ ล้มเหลวในการให้ข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง
พร้อมปกปิดรายละเอียดการจ่ายเงินให้ผู้เล่นและโค้ช รวมถึงละเมิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ (FFP) ของยูฟ่า และกฎผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) ของลีก ซึ่งสโมสรปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด
มหากาพย์คดีนี้เริ่มต้นจากการสืบสวนข้อกล่าวหาการละเมิดกฎระหว่างปี 2009 ถึง 2018 หลังจากที่ Der Spiegel สื่อดังของเยอรมนี ตีพิมพ์เอกสารทางการเงินที่รั่วไหลของสโมสรเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 พรีเมียร์ลีกตั้งข้อหาว่า ซิตี้ ล้มเหลวในการให้ข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง
พร้อมปกปิดรายละเอียดการจ่ายเงินให้ผู้เล่นและโค้ช รวมถึงละเมิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ (FFP) ของยูฟ่า และกฎผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) ของลีก ซึ่งสโมสรปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด
ภายใต้การบริหารของ ชีค มานซูร์ ที่เข้ามาเทคโอเวอร์เมื่อปี 2008 แมนฯ ซิตี้ กวาดแชมป์พรีเมียร์ลีก 8 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีกคัพ 7 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย โดยแชมป์ 6 รายการเกิดขึ้นหลังจากที่ถูกตั้งข้อหา
ล่าสุด เดวิด ออร์นสตีน จาก “ดิ แอธเลติก” สื่อดังเมืองผู้ดีได้ระบุว่าทีม "เรือใบสีฟ้า" ถูกตัดสินว่ามีความผิดถึง 114 ข้อหา จากทั้งหมด 115 ข้อหา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการระบุบทลงโทษที่แน่ชัด โดยมีความเป็นไปได้ที่จะถูกลงโทษในทุกรูปแบบ และคาดว่าทางสโมสรจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ โฆษกของแมนฯ ซิตี้ ได้เปิดเผยกับ "ดิแอธเลติก" "กระบวนการของพรีเมียร์ลีกยังคงดำเนินต่อไป โดยมีองค์ประกอบสำคัญที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นและต้องอยู่ภายใต้การรักษาความลับอย่างเคร่งครัด"
"จุดยืนของสโมสรยังคงเหมือนเดิมตามแถลงการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2023 สโมสรเคารพกระบวนการตลอด 8 ปีที่ผ่านมา บนพื้นฐานที่ว่าบอร์ดบริหารของพรีเมียร์ลีกจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นอิสระ เป็นกลาง ยุติธรรม และปราศจากอคติ"
ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ยูฟ่า เคยสั่งแบนซิตี้จากการแข่งขันฟุตบอลยุโรป 2 ปี พร้อมปรับเงิน 30 ล้านยูโร แต่ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก ได้พลิกคำตัดสินในอีก 5 เดือนต่อมา เนื่องจากข้อกล่าวหาบางส่วนไม่มีมูลหรือขาดอายุความ แต่ยังคงถูกปรับเงิน 8.8 ล้านปอนด์ โทษฐานไม่ให้ความร่วมมือในการให้หลักฐาน