
ยอมแลกทุกอย่าง! “รามาดาน” ลั่นชนะน็อก “โจฮัน” สำคัญกว่าเข็มขัดแชมป์โลก
“รามาดาน ออนดาช” จอมหมัด วัย 19 ปี จากเลบานอน ตั้งเป้าปิดเกมเพื่อนวัยเดียวกัน “โจฮัน กาซาลี” ลูกครึ่งมาเลเซีย-สหรัฐอเมริกา ให้เร็วที่สุด เพื่อทำฟอร์มลุ้นขึ้นชิงบัลลังก์ต่อไป โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในรายการ The Inner Circle 24 ที่จะระเบิดศึกขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. 69
ไฟต์ล่าสุด “รามาดาน” ขยับจากรุ่นสตรอว์เวตขึ้นมาชกในรุ่นฟลายเวตเป็นครั้งแรก และทำผลงานน่าประทับใจด้วยการกดหมัดอัด “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” ลงไปกอง 1 นับก่อนเป็นฝ่ายคว้าชัยไปแบบสวยงามด้วยคะแนนเอกฉันท์ในรายการ The Inner Circle 16 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
หลังเก็บชัยชนะ ระหว่างให้สัมภาษณ์บนเวที “รามาดาน” เรียกเสียงฮือฮาด้วยการประกาศท้าดวล “โจฮัน” เพื่อนรักทันที ขณะที่ “โจฮัน” ก็ตอบรับคำท้าผ่านโซเชียลมีเดียของ ONE อย่างรวดเร็ว จุดกระแสความตื่นเต้นของแฟนมวยทั่วโลกที่ต่างเรียกร้องให้ไฟต์ระหว่าง 2 ดาวรุ่งเลือดเดือดเกิดขึ้นจริง จน ONE ตัดสินใจจัดไฟต์นี้ขึ้นตามเสียงเรียกร้องในที่สุด
แม้ “โจฮัน” จะดูไม่ค่อยพอใจกับการที่ “รามาดาน” ส่งสารท้าชกในวันนั้น แต่ “รามาดาน” ยืนยันว่าไม่อยากให้เพื่อนรักรายนี้คิดมาก เพราะมองว่านั่นเป็นเพียงหน้าที่ของนักกีฬามืออาชีพเท่านั้น พร้อมยืนยันชัดเจนว่าหลังจบไฟต์ทั้งคู่จะยังคงรักษามิตรภาพที่ดีต่อกันไว้เหมือนเดิม
“โจฮัน เป็นคนดีและเป็นนักชกที่เก่งมาก แถมยังหน้าตาดีด้วย แต่ยังไม่หล่อเท่าผมหรอกนะ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผมท้าเขาออกมาชก เราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แต่ผมไม่อยากให้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าไฟต์นี้ใครจะชนะหรือแพ้ หลังจบการแข่งขันเราก็กลับมาเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวเองก็ได้”
แม้ทั้งคู่จะมีสไตล์การชกบู๊ดุดันคล้ายกัน และต่างมีพลังหมัดอันหนักหน่วงเป็นอาวุธหลักในการปิดเกม แต่ “รามาดาน” ยังเชื่อมั่นว่าพลังกำปั้นของตนเหนือกว่า พร้อมเผยว่าได้ศึกษาฟอร์มการชกของ “โจฮัน” มาอย่างละเอียด จนมองเห็นจุดอ่อนที่พร้อมใช้เป็นช่องทางเล่นงานในไฟต์นี้
“ผมดู โจฮัน ชกมาหลายไฟต์ จุดแข็งของเขาคือเป็นนักชกที่แข็งแกร่ง และผมคิดว่าไฟต์นี้เขาจะมาเดินเปิดเกม เตะ และกดดันเหมือนที่ อาลีฟ (ส.เดชะพันธ์) ชอบทำ ซึ่งเข้าทางผมเลยครับ เพราะผมชอบชกกับคู่ต่อสู้สไตล์นี้ เกมต้องสนุกแน่นอน”
“จากที่ศึกษาฟอร์มการชกไฟต์ล่าสุดของเขา ผมมองว่ายังมีหลายจุดที่ต้องปรับ โดยเฉพาะการเดินกดดันและการออกหมัดที่ยังทำได้ไม่ต่อเนื่อง อีกอย่างคือบางจังหวะเขามักลดการ์ดลง ทำให้เปิดช่องให้โจมตีได้ โดยเฉพาะบริเวณลำตัว ซึ่งผมมองว่าน่าจะเป็นจุดที่นำมาใช้เล่นงานเขาในไฟต์นี้ได้ครับ”
“ผมคิดว่าผมเหนือกว่าเขาทั้งเรื่องความเร็วและความอึด ถ้าถามว่าใครหมัดหนักกว่า ผมมั่นใจว่าเป็นผม ส่วนเขาจะรับหมัดของผมไหวหรือเปล่า ถ้าโดนเข้าเต็ม ๆ ที่หน้าเขาก็จะรู้เองครับ และบางทีเกมอาจจบแค่ยกแรกเลยก็ได้”
สุดท้ายนี้ “รามาดาน” การันตีพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อเอาชนะ “โจฮัน” ให้ได้ โดยหวังใช้ผลงานในไฟต์นี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญว่าเขาคู่ควรกับโอกาสขึ้นท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ที่ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของ “อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ” ในอนาคตอันใกล้
“ผมไม่ชอบทำนายผลการแข่งขัน แต่เป้าหมายของผมคือไม่อยากให้เกมจบลงด้วยผลคะแนน ผมซ้อมหนักมาตลอด 2-3 เดือนและพร้อมเต็มที่ ถ้ามีโอกาสก็อยากปิดเกมให้เร็วที่สุด แต่ถ้าสู้กันครบ 3 ยก ผมก็พร้อมเหมือนกัน เพราะไฟต์นี้สำคัญกับผมมากยิ่งกว่าเข็มขัดแชมป์เสียอีก ผมจะชกแบบเอาชีวิตเข้าแลก ต้องไม่มีคำว่าแพ้เกิดขึ้นครับ”
“ถ้าผ่านไฟต์นี้ไปได้ ผมเชื่อว่าผมควรได้รับโอกาสชิงแชมป์โลก ONE ไม่ว่าใครจะขวางทางอยู่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม เพราะความฝันของผมคือการคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มาครอง และผมพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อทำให้ฝันเป็นจริงครับ”