ภารกิจคืนร่างทอง! เปิดเส้นทาง “ชาติพยัคฆ์” ก่อนวัดเดือด “แรมบ๊อง” ลุ้นขึ้นหัวแถวฟลายเวต

ภารกิจคืนร่างทอง! เปิดเส้นทาง “ชาติพยัคฆ์” ก่อนวัดเดือด “แรมบ๊อง” ลุ้นขึ้นหัวแถวฟลายเวต

เปิดประวัติและผลงานของ “ชาติพยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” กำปั้นขาลุยจากสตูล ก่อนจะบู๊กับ “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” มวยพลังแกร่งจากลำพูนให้เด็ดขาด เพื่อกลับมาขึ้นแท่นเป็นตัวท็อปของรุ่นอีกครั้ง โดยจะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในรายการ The Inner Circle 28 ที่จะระเบิดความมันขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้

“ชาติพยัคฆ์” เติบโตขึ้นมาในครอบครัวเกษตรกรที่มีคุณพ่อคุณแม่ประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน โดยเขาเป็นลูกคนที่ 3 จากพี่น้องทั้งหมด 6 คน ในวัยเด็ก เขาเคยชื่นชอบการเล่นฟุตบอลมาก กระทั่งวันหนึ่งมีค่ายมวยไทยมาเปิดไม่ไกลจากบ้าน และด้วยความอยากรู้อยากลอง เขาจึงขอเข้าไปฝึกซ้อมด้วย

หลังจากได้ลองฝึกซ้อม “ชาติพยัคฆ์ ก็ติดใจมวยไทยเข้าเต็มเปา จนตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอล และหันมาซ้อมมวยไทยอย่างจริงจังเป็นประจำหลังเลิกเรียน กระทั่งหลังซ้อมไปได้ราว 1 ปี เขาได้รับโอกาสให้ขึ้นสังเวียนครั้งแรกในวัย 11 ปี และแจ้งเกิดได้ทันทีด้วยการชนะน็อกคู่ชกรุ่นพี่ตั้งแต่ยกแรก ก่อนเร่งเครื่องลุยคว้าชัยชนะต่อเนื่องทั้งหมด 10 ไฟต์

หลังจากนั้น “ชาติพยัคฆ์” เดินสายชกเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างชื่ออย่างต่อเนื่องตามเวทีภูธรทั่วภาคใต้ ก่อนได้รับโอกาสผลักดันเข้าสู่เส้นทางนักมวยไทยอาชีพในเมืองกรุงเมื่ออายุ 18 ปี พร้อมกวาดรายได้ส่งกลับบ้านอย่างเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้น้องชายอย่าง “พยัคฆ์ ศักดิ์สตูล” ก้าวตามรอยขึ้นสู่เส้นทางนักมวยไทยอาชีพเช่นเดียวกัน เพื่อช่วยกันหารายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัว

ในเมืองกรุง “ชาติพยัคฆ์” สร้างชื่อขึ้นมาในฐานะจอมบู๊เดือด ที่การันตีความมันได้ทุกครั้งที่ขึ้นชก จนทำให้เขาได้รับโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีมือบนสังเวียน ONE และทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งด้วยการลุยคว้าชัย 7 ไฟต์รวด จนถูกจับตาว่าอาจคว้าสัญญา ONE มาครอง ก่อนจะพลาดท่าพ่ายน็อก “รามาดาน ออนดาช” จากเลบานอนในศึก ONE ลุมพินี 114 เมื่อเดือน มิ.ย. 68 พร้อมส่งอีกฝ่ายพิชิตสัญญา ONE ไปครองต่อหน้าต่อตา

ความพ่ายแพ้ในวันนั้น ส่งผลให้ “ชาติพยัคฆ์” ได้รับบทเรียนเรื่อง ‘ความใจร้อนและการป้องกันตัว’ มาเต็ม ๆ จนทำให้ 4 ไฟต์ต่อมาเขาปรับสไตล์การชกมาเน้นรัดกุมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การพบกับ “แรมบ๊อง” ในวันศุกร์นี้ เจ้าตัวยืนยันว่าจะกลับมาปลดปล่อยสไตล์บู๊เดือดให้ทุกคนได้เห็นกันอีกครั้ง

“ผมในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนตรงที่กลายเป็นมวยที่ชกละเอียดรอบคอบขึ้น จากแต่ก่อนผมอาจจะเดินหน้าบู๊อย่างเดียว แต่ตอนที่แพ้ รามาดาน สอนให้ผมกลายเป็นมวย ‘บู๊แบบสุขุม’ เน้นผลการแข่งขันมากขึ้น เดินลุยอย่างมีแผน เน้นการป้องกันตัว ไม่เปิดช่องให้ตัวเองพลาดเหมือนเดิมครับ”

“ส่วน 2 ไฟต์ล่าสุดแม้จะเก็บชัยชนะมาได้ แต่ยอมรับว่าฟอร์มยังไม่น่าประทับใจนัก เพราะชกแบบระวังตัวมากเกินไป และเครื่องร้อนช้าไปหน่อย แต่ไฟต์นี้รับรองว่าทุกคนจะได้เห็น ‘ชาติพยัคฆ์เวอร์ชันเดิม’ ที่พร้อมเดินหน้าบู๊แหลกตั้งแต่ยกแรกอีกครั้งแน่นอนครับ เพราะผมอยากเก็บชัยชนะให้ได้แบบประทับใจรายการและคนดู เพื่อกลับไปลุ้นคว้าสัญญา ONE อีกครั้ง”

สำหรับคู่ชกในไฟต์นี้อย่าง “แรมบ๊อง” แม้จะกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนสุดขีดคว้าชัยต่อเนื่องมาแล้วถึง 3 ไฟต์ แต่ “ชาติพยัคฆ์” ที่เตรียมความพร้อมซ้อมหมัดมาเป็นอย่างดีก็มองเห็นจุดอ่อนของคู่ชกรายนี้ให้สามารถเล่นงานได้อย่างชัดเจน พร้อมคาดการณ์ว่าเกมการชกจะออกมาดุเดือดสมที่ทุกคนตั้งตารออย่างแน่นอน

“แรมบ๊อง เป็นมวยบู๊ที่มีหมัดหนักไม่แพ้ผม และช่วงต้นยกที่ร่างกายยังสด เขาอันตรายมาก แต่พอผ่านครึ่งยกไปแล้ว ความอันตรายจะลดลง ทำให้ผมมีโอกาสบุกเข้าไปเล่นงานเขาได้ อีกอย่างที่ผมเห็นคือเรื่องความทนทาน เขามักมีอาการให้เห็นถ้าโดนอาวุธหนักครับ”

“การซ้อมไฟต์นี้ ผมได้พี่สายลม อาดี (อดีตนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย) เข้ามาช่วยติวเข้มเรื่องฟุตเวิร์กและปรับการออกหมัดให้ ตอนนี้สเตปเท้ากับสปีดหมัดผมเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพกว่าเดิมมาก ซึ่งจะช่วยให้ผมชิงจังหวะออกหมัดเล่นงาน แรมบ๊อง ได้ก่อน ส่วนอาวุธมวยไทยอื่น ๆ ผมก็เตรียมมาครบเครื่อง หนักแรงทุกลูกแน่นอนครับ”

“รูปเกมมั่นใจว่าเดือดแน่ เพราะเราสองคนเป็นมวยบู๊เหมือนกัน เขาเองก็คงอยากน็อกผมให้ได้ ส่วนผมก็ตั้งใจมาบู๊เพื่อปิดเกมเขาเหมือนกัน แต่ละยกเราคงเดินชนกันแบบไม่มีใครยอมใคร ต้องวัดกันที่ความหนักและความอึด ถ้าใครพลาดก่อนก็มีสิทธิ์ร่วงได้ทันทีครับ”

ด้วยเดิมพันที่ผู้ชนะไฟต์นี้จะได้กลับไปยืนเป็นหัวแถวของรุ่นฟลายเวต ทำให้ “ชาติพยัคฆ์” ยิ่งเพิ่มความมุ่งมั่นขึ้นเป็นเท่าตัว หวังดับห้าว “แรมบ๊อง” ที่กำลังมั่นใจสุดขีดให้ได้ เพื่อเปิดทางกลับไปไล่ล่าสัญญา ONE ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของตัวเองอีกครั้ง

“ผมรู้ว่าตอนนี้ แรมบ๊อง กำลังมั่นใจมาก แต่ความมั่นใจที่มากเกินไปเป็นดาบสองคมได้เหมือนกัน ถ้าเขาบุกเพลินจนลืมป้องกันตัวเหมือนที่ผมเคยพลาดในอดีต ผมก็พร้อมลงโทษทันที แต่ตัวผมเองก็จะไม่วู่วามคิดแต่เรื่องปิดเกมมากเกินไป ต้องคอยหาจังหวะและรอช่องโหว่บนเวทีอีกที แต่ถ้าเห็นโอกาสรับรองว่าไม่พลาดแน่นอนครับ”

“ไฟต์นี้สำคัญมาก เพราะเป็นไฟต์ชี้ชะตาของเราทั้งคู่ว่าใครจะได้กลับขึ้นไปยืนเป็นหัวแถวอีกครั้ง ส่วนคนแพ้ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ทันที ผมจะต้องผ่าน แรมบ๊อง ไปให้ได้ เพราะเป้าหมายสูงสุดของผมยังเหมือนเดิมคือการคว้าสัญญา ONE มาครอง ผมพร้อมสู้เต็มที่แน่นอนครับ”

🔞 เว็บไซต์นี้สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น  ·  ⚠️ การพนันมีความเสี่ยง โปรดเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ เล่นเพื่อความบันเทิงไม่ใช่เพื่อหารายได้  ·  สายด่วนสุขภาพจิต 1323 / มูลนิธิ 1413  ·  เล่นอย่างมีความรับผิดชอบ »