
## เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เปิดฉากโต้เถียงกับนักข่าว หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากผลงานในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุของปัญหาทีมชาติเป็นเรื่องไม่มีมูล
โดยทัพ "อัศวินสีส้ม" ทำผลงานล้มเหลว เมื่อตกรอบน็อคเอาท์ 32 ทีม หลังพ่าย โมร็อคโก ในการดวลจุดโทษ ซึ่งนำไปสู่การแยกทางกับ โรนัลด์ คูมัน กุนซือในเวลานั้น จนถูกสื่อแดนกังหันวิจารณ์อย่างหนัก
ซึ่งหนึ่งในคนที่ออกมาโจมตีอย่างรุนแรงคือ วาเลนไตน์ ดรีสเซ่น นักข่าวชื่อดังของ De Telegraaf ที่เคยกล่าวหาว่า คูมัน และ ฟาน ไดค์ ทรยศต่อทุกสิ่งที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยืนหยัดเพื่อมัน รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า คูมัน เปลี่ยนมาใช้ระบบกองหลัง 5 คนเพื่อปกป้องกัปตันทีมรายนี้
ล่าสุดทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งในงานแถลงข่าวก่อนเกม เนชันส์ ลีก กับ เยอรมนี โดย ฟาน ไดค์ ถูกถามถึงเสียงวิจารณ์ดังกล่าวและตอบกลับว่า
“แน่นอนว่ามันง่ายที่จะพูดเมื่อมองย้อนกลับไปว่า ‘เราควรทำแบบนี้หรือทำอีกแบบหนึ่งเผื่อให้ผลมันต่างไป”
“หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของคุณก็พูดด้วยว่า แน่นอนว่าเป็นความคิดของผมที่ให้เราเปลี่ยนมาเล่นด้วยกองหลัง 5 คน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องไร้สาระ ความจริงก็คือเราล้มเหลวในฟุตบอลโลก นั่นคือข้อเท็จจริงที่ยากจะปฏิเสธ”
“ผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับสื่อ แต่เมื่อมีการนำเสนอเรื่องไร้สาระออกไป ผมก็ต้องตอบโต้ เราเล่นฟุตบอลโลกได้ไม่ดี แต่เราทำผลงานร่วมกันเราคือทีม”
“คำกล่าวอ้างของคุณที่บอกว่าผมทำลายฟุตบอลดัตช์หลังจบฟุตบอลโลก เรื่องแบบนั้นไม่มีมูลโดยสิ้นเชิง”
จากนั้น ดรีสเซ่น พยายามจะโต้กลับ แต่การปะทะคารมถูกยุติลงเมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทีมเข้ามาขัดจังหวะและยุติการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทั้งคู่
ทั้งนี้ หลังจาก คูมัน อำลาตำแหน่ง ทีมชาติเนเธอร์แลนด์แต่งตั้ง ชาบี เอร์นานเดซ เข้ามารับหน้าที่กุนซือคนใหม่ และ ฟาน ไดค์ ที่เคยเกือบรีไทร์ทีมชาติก็เปลี่ยนจะเล่นให้ทัพ "อัศวินสีส้ม" ต่อไปจนถึงปัจจุบัน