
## จานนี อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังแผนจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอลโลก สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง
ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟีฟ่าและอินฟานติโน่เผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังมีรายงานว่า อินฟานติโน่ ผลักดันแผนเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาลงทุนในทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ของฟุตบอลโลก
แผนดังกล่าวมีเป้าหมายจัดตั้งบริษัทลูกชื่อ ฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (เอฟเอฟอี) เพื่อเชิญนักลงทุนภายนอกเข้าถือหุ้นส่วนน้อย โดยไม่มีอำนาจควบคุมกิจการ ซึ่งบริษัทแห่งใหม่นี้มีมูลค่าประเมินราว 15,000 ล้านปอนด์ และจะได้รับสิทธิ์ดูแลธุรกิจเชิงพาณิชย์ รวมถึงการบริหารอีเวนต์สำคัญของฟีฟ่า เช่น ฟุตบอลโลก
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างหนัก โดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เป็นแกนนำ พร้อมด้วยสมาชิกทั้ง 55 ชาติที่ประกาศพร้อมคว่ำบาตรการแข่งขันของฟีฟ่าทั้งหมด หากโครงการดังกล่าวเดินหน้าต่อ
แม้ในช่วงแรกฟีฟ่าและอินฟานติโน่จะยืนกรานเดินหน้าแผนดังกล่าว แต่ท้ายที่สุดก็ยอมถอย และประกาศยกเลิกโครงการอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ล่าสุดจะมีการออกแถลงการณ์ร่วม ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น พร้อมกล่าวคำขอโทษต่อสมาชิกทุกชาติ
"เรายอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในกระบวนการจัดตั้งบริษัท ฟีฟ่า ฟอร์เวิร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ เราไม่มีเจตนาให้คณะกรรมการฟีฟ่าและชาติสมาชิกรู้สึกว่าถูกกันออกจากกระบวนการตัดสินใจ และยอมรับว่าควรดำเนินการด้วยวิธีที่แตกต่างออกไป"
"เรายังยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดหลังจากข้อมูลของโครงการรั่วไหลไปสู่สื่อมวลชน"
"เราขออภัยอย่างจริงใจต่อความผิดพลาดทั้งหมด และขอให้คำมั่นว่าจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก"
ทั้งนี้ปัจจุบัน อินฟานติโน่เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในเดือนมีนาคม เพื่อหวังดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 4 และเป็นสมัยสุดท้าย ซึ่งเขาจำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 106 เสียง จากสมาชิกฟีฟ่า 211 ชาติ